‘ศักดิ์สยาม’ วางศิลาฤกษ์ โครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เชื่อมพัทลุง-สงขลา

Spread the love

‘ศักดิ์สยาม’ วางศิลาฤกษ์ โครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เชื่อมพัทลุง-สงขลา วงเงินกว่า 4.84 พันล้านบาท คาดเปิดใช้บริการกลางปี 2569
 
 
เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2565 นายศักดิ์สยาม  ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา จ.พัทลุง ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท สำหรับพิธีดังกล่าวมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายฉัตรชัย อุสาหะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมพิธีฯ
โดยมีนายอภิรัฐ  ไชยวงศ์น้อย อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เป็นผู้กล่าวรายงานเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของโครงการฯ ณ บ้านแหลมจองถนน ต.จองถนน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง
 
 
นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า จากนโยบายของรัฐบาลภายใต้การบริหารงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการมุ่งมั่นพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งทั่วทั้งประเทศอย่างบูรณาการ ทั้งทางบก ราง น้ำ และอากาศ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ สร้างความอยู่ดีกินดีให้กับประชาชนมาโดยตลอด รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางบนถนนและสะพานที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงคมนาคม
ประกอบกับกระทรวงคมนาคมได้เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการ ด้านคมนาคมในเชิงรุก โดยมุ่งเน้นการบูรณาการระหว่างรูปแบบการขนส่ง การกำกับดูแลการพัฒนาระบบคมนาคมให้มีความสะดวก ปลอดภัย ตรงเวลา เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว กระจายรายได้สู่ชุมชน รวมถึงการแก้ไขปัญหาจราจรเพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และสนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
 
นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ จึงมอบหมายให้กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ดำเนินโครงการการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา – ต.จองถนน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง เพื่อช่วยเชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคมขนส่งให้เกิดความสมบูรณ์ เพิ่มศักยภาพในการเดินทางเชื่อมระหว่างจังหวัดพัทลุงกับสงขลา
 
 
ด้านนายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า โครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา ถึง ต.จองถนน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง จะช่วยเชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคมขนส่งให้เกิดความสมบูรณ์ เพิ่มศักยภาพในการเดินทางเชื่อมระหว่าง จ.พัทลุง กับ จ.สงขลา ลดระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร หรือลดระยะเวลาในการเดินทางราว 2 ชั่วโมง
 
ซึ่งเป็นการสนับสนุนอำนวยความสะดวกด้านพาณิชยกรรม อุตสาหกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว พร้อมทั้งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน ตามนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เนื่องจากตลอดแนวทะเลสาบสงขลามีสะพานอยู่เพียง 2 แห่ง ได้แก่ สะพานชะแล้ ตั้งอยู่ด้านล่างของทะเลสาบสงขลาเชื่อมต่อ อ.สิงหนคร จ.สงขลา กับ อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง และสะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (สะพานไสกลิ้ง-หัวป่า) ตั้งอยู่ด้านบนของทะเลสาบสงขลาเชื่อมต่อ อ.ระโนด จ.สงขลา กับ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง
โดยสะพานทั้ง 2 แห่ง มีระยะทางห่างกัน 60 กิโลเมตร ทำให้ประชาชนที่อยู่พื้นที่ตรงกลางของทะเลสาบ ต้องใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง จากปัญหาดังกล่าว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน รวมทั้งประชาชนในพื้นที่ อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง และ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา จึงขอรับการสนับสนุนการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา
 
 
นายอภิรัฐ กล่าวว่า ปัจจุบัน ทช.ได้ดำเนินการสำรวจออกแบบโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จ และผ่านการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งเเวดล้อมจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) ของสำนักนโยบายเเละเเผนทรัพยากรธรรมชาติเเละสิ่งเเวดล้อม (สผ.) เรียบร้อยเเล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.)
โดยในปี 2566 ได้จัดทำคำขอภายในกรอบวงเงินโครงการรวมทั้งสิ้น จำนวน 4,841 ล้านบาท มีระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี (ปี 2566-2568) โดยจะใช้เงินกู้และงบสมทบจากงบประมาณประจำปี ทั้งนี้ คาดว่าโครงการดังกล่าวจะเริ่มก่อสร้างประมาณปี 2566 คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จและเปิดให้ใช้บริการได้ในช่วงกลางปี 2569 ต่อไป
“สำหรับโครงการดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นบริเวณทางแยกจากถนนทางหลวงชนบท พท.4004 (กม.ที่ 3+300) บ้านแหลมจองถนน ต.จองถนน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง วางแนวข้ามทะเลสาบสงขลา ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และมีจุดสิ้นสุดที่ถนนองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา (ถนนรอบเกาะใหญ่) บริเวณ หมู่ 2 บ้านแหลมยาง ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา รวมระยะทางทั้งสิ้น 7 กิโลเมตร”
 
 
“สะพานมีขนาด 2 ช่องจราจร (สามารถขยายเป็น 4 ช่องจราจรได้ในอนาคต) และมีรูปแบบสะพานที่เหมาะสม คือ สะพานคานขึง และสะพานคานคอนกรีตรูปกล่องความหนาคงที่ นอกจากนี้ บริเวณราวสะพานได้ออกแบบให้มีความสวยงาม โดยนำรูปแบบทางจิตรกรรมมโนราห์ของท้องถิ่นมาประยุกต์ ประกอบกับลักษณะทางโครงสร้างของสะพานที่แตกต่างจากสะพานอื่นและสถาปัตยกรรมที่มีความสวยงาม ทำให้สะพานแห่งนี้จะเป็นแลนด์มาร์ค ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดในอนาคต” นายอภิรัฐ กล่าว
CR/ข่าวสด
Facebook Comments Box


Spread the love

Written by 

Related posts

Verified by ExactMetrics